VlovePeugeot.com Webboard |
รบกวนพี่ๆ (ไม่จำกัดรุ่นรถนะครับ) ช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาเครื่องวูบ+ไฟ K ของ 406D8 หน่อยครับ
คือเริ่มเห็นว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ หลายคนเริ่มจะเจอปัญหาเดียวกันก็เลยอยากจะระดมความคิดจากบรรดาพี่ๆ ทั้งหลายอ่ะครับ พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ใครที่มีอาการเดียวกันช่วยๆ กันเข้ามาตอบหน่อยครับว่าได้เปลี่ยนอะไรไปแล้วอาการเป็นยังไงบ้างจะได้ไม่หลงทางกันไปอีกนะครับโดยคุณ : กานต์ - ICQ : |
ตอบ คนที่ 1
oxegen sensor น่าจะเป็นสาเหตุนะครับ ของผมก็เป็นเหมือนกัน ลองมาหลายอย่างแล้ว มาหายที่ตอนเปลี่ยน ออกซิเจน เซนเซอร์ (เป็นของมือสองซื้อมาพันเดียว) ลองโทรมาคุยกันก็ได้นะครับ 013-736-731โดยคุณ : พี่น้ำหวานพาเพลิน [ 28 มี.ค. 2005 , 19:46:31 น.] |
ตอบ คนที่ 2
ลองดูที่ oxygen sensor ก่อน ถ้าไม่หาย ผมว่าน่าจะเป็นแผงหัวเทียนที่มีคอยล์ติดอยู่ ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า (อาการเหมือนสายหัวเทียนเสื่อม) เท่าที่สังเกตุดู ค่าความต้านทานของหัวเทียนมีผลกับ ecu คือทำให้ไฟ K โชว์ และเครื่องสะดุดที่รอบเดินเบาโดยคุณ : วันชัย - ![]() |
ตอบ คนที่ 3
ขอเล่าประสบการณ์สดๆ คือ รถ 405GRi เกียร์ธรรมดาลูกสาวผมใช้ขับเกือบทุกวัน ช่วงอาทิตย์ที่แล้วนำมันเกียร์ไหลนองพื้นตอนที่ขับถึงบ้านเพื่อนเขา ต้องให้ช่างไปจัดการแก้ไขถึงที่ เมื่อแก้ไขเรื่องนำมันเกียร์รั่วแล้ว ปรากฏว่าเข้าเกียร์ยากอีก เวลาจะถอยต้องดับเครื่องก่อน บางครั้งก็ยังเข้าไม่ได้ เสียงเครื่องก็ดังผิดปกติมาก ไฟ K ขึ้นตลอด ถึงจะเร่งรอบก็ไม่หาย ต้องซ่อมเรื่องเข้าเกียร์ยากก่อน ปรากฏว่าต้องเปลี่ยน-ยำผ้าครัทช์ พอซ่อมครัทช์เสร็จติดเครื่องทุกครั้งไฟ K จะดับพร้อมกับไฟหน้าปัด ไฟในเก๋งจะติดทั้ง 2 ดวงเวลาไขกุญแจเปิดประตู ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ติด สังเกตุว่าหลังจากได้ซ่อมแซมระบบอะไรก็ตาม ไฟ K จะดับเร็วหลังติดเครื่อง และไฟในเก๋งจะติดดี ส่วนเรื่องไฟ K โชว์ที่หน้าปัดนั้นลูกสาวจะพบน้อยทีสุด ทั้งที่ขับมากที่สุด เขาบอกว่าไม่เคยวิตกไฟตัวนี้เลย คนอื่นขับอาจจะขึ้น แต่เขาขับจะไม่ขึ้นเป็นเพราะเขาพยายามใช้เกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็วรถมากที่สุดก็ได้โดยคุณ : 405 i-95 [ 29 มี.ค. 2005 , 08:16:04 น.] |
ตอบ คนที่ 4
ฟังอาการแล้วรู้สึกหนาวๆ แม้ยังอยู่ในฤดูร้อน ของที่บ้านก็ซื้อมาปี98 ไมล์แสนสาม ตอนนี้แสนห้ากว่าๆไกล้เคียงกับของคุณกานต์ ก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เช่นสตาร์ทเครื่องมีไฟ Kโชว์ ซักสามวิ จึงจะดับ แต่หลังจากได้ระยะเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง มาไฟ Kหายแต่เมื่อสองวันก่อน น้องขับๆอยู่ไฟโชว์แดงพรืด stop น้องเค้าขับเข้าข้างทางแล้วรีบดับเครื่อง ซักพักนึงสตาร์ทใหม่ก็ขับได้เป็นปกติ ยังรอดูอยูว่าจะมีอาการอีกไม๊..เฮ้อลุ้นแบบว่า..หนิดนึง.อ่ะน้าบอยโดยคุณ : d8มีนบุรี [ 29 มี.ค. 2005 , 08:46:05 น.] |
ตอบ คนที่ 5
อาการเดียวกันเลยครับคุณ d8มีนบุรี ที่ว่าไฟ K ติดซัก 3-5 วิค่อยดับ และจะหายไปเมื่อเปลี่ยนสายพาน Timing (แต่ซักพักมันก็กลับมาครับ)โดยคุณ : กานต์ [ 29 มี.ค. 2005 , 09:09:07 น.] |
ตอบ คนที่ 6
ไม่รู้ว่าจะใช้ได้เหมือนกันหรือเปล่า Mi 16 ของผมก็เคยเป็นแบบนี้แหละ...รอบเดินเบาสั่นเป็นเจ้าเข้ามันป้วนเปี้ยนแถว ๆ 700-750 รอบ เขย่าจนยางแท่นเกียร์ขาด วิ่งมาเร็ว ๆ แล้วเบรคพร้อมเหยียบครัชเพื่อเปลี่ยนเกียร์เครื่องจะเบาดับทันที เปิ้ลน้ำมันแรง ๆ ก็ดับ วิ่งช้า ๆ เหยียบครัชเปลี่ยนเกียร์ก็ดับ ฯลฯ ...เปลี่ยนหัวเทียนก็แล้ว ล้าง ISC ก็แล้ว เปลี่ยนโมดุลก็แล้ว ซื้อ ISC มาเปลี่ยนก็แล้ว เข้าอู่ไหนก็แก้ไม่ตก ถูกแนะให้เปลี่ยนสายไฟชุดเครื่องก็เอาแต่ก็ไม่หาย สุดท้ายต้องเล่นนอกตำรา...คือผมมาวิเคราะห์แล้วคิดว่าอาการที่พบน่าจะมาจากระบบชดเชยรอบที่ ISC ทำไม่ทันกับความต้องการของเครื่องยนต์ คือเริ่มสังเกตุพบว่าหากถอดปลั๊ก ISC ออกรอบเครื่องจะสูงขึ้น แต่เบาไม่ค่อยลงเพราะลิ้น ISC ปิด อากาศเข้าน้อยรอบจึงสูง หัวใจของมันจึงน่าจะอยู่ที่การควบคุมอากาศให้เข้าน้อยหรือมากให้เหมาะสมกับภาวะความต้องการของเครื่องในขณะนั้น ๆ ไม่น่าจะใช่ระบบไฟ หรือน้ำมันเพียงอย่างเดียว สุดท้ายผมถอด ISC มาแคะเอาซิลิโคนที่ปิดน๊อตตัวตั้งออก คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วพังเป็นพัง....ผมติดเครื่องพร้อมหมุนน๊อตตัวตั้งเข้า ได้ผลแฮะรอบเครื่องสูงขึ้นผมหมุนเข้าจนรอบเครื่องนิ่งที่ 850 รอบ เปิดแอร์ เปิดไฟ ลองเปิ้ล ลองวิ่งช้า-เร็ว ไม่ดับอีกเลย หลังจากนั้นจึงจูนระยะที่เหมาะสมอีกครั้ง แล้วใช้ซิลิโคนหยอดปิดไว้เหมือนเดิม...ทำมาได้ 4-5 เดือนแล้วทุกวันนี้ยังไม่มีอาการนั้นอีกเลย วิ่งดี เบาไม่ดับ ท่อไอเสียไม่ดำ ไม่กินน้ำมันเพิ่ม เสียงเครื่องเบาลง สรุปเลยว่าที่ผมเสียเงินเปลี่ยนไปทั้งหมดร่วมหมื่นไม่ตรงประเด็น สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ.....ปัญหามันอยู่ใกล้ ๆ ตัวแบบเส้นผมบังภูเขาแค่เนี้ยจริงๆ......แต่กรณีของ 406 ผมไม่แน่ใจว่าระบบจะเหมือนกันหรือเปล่า..ลองพิจารณาดูก่อนแล้วกันครับ....โดยคุณ : DEN [ 29 มี.ค. 2005 , 10:25:51 น.] |
ตอบ คนที่ 7
ถ้าเป็ยคอล์ยอย่างที่คุณกานต์สงสัย ช่างที่มงคลเซอร์วิสบอกว่าถอดออกมาแล้วเขย่าจะมีเสียงเหมือนอะไรหลุดอยู่ข้างใน ตัวนี้ช่างเค้าบอกว่าเบิก0ประมาณ20000 เหอๆๆ เอาไว้เป็นคำตอบสุดท้ายดีกว่าโดยคุณ : โอม - ![]() |
ตอบ คนที่ 8
ถ้าเป็นคอยล์ไม่น่าจะมีไฟตัว k (405sri) ขึ้นนะคะเพราะเคยคอยล์เสียมาก่อน แต่เครื่องจะสั่นมากถึงมากที่สุด สะอึกๆ ตลอดเวลาโดยคุณ : ขาวตุ่น [ 29 มี.ค. 2005 , 12:56:34 น.] |
ตอบ คนที่ 9
โอ้ย...ยิ่งหนา...ว ครับคุณโอม. แก้ไขเป็นยังไงรบกวนคุณกานต์ช่วยรายงานให้ทราบกันบ้างนะครับ ของผมตอนนี้ก็ใจตุ๊มๆต้อมๆเหมียนกันโดยคุณ : d8มีนบุรี [ 29 มี.ค. 2005 , 12:56:35 น.] |
ตอบ คนที่ 10
ผมเช็คราคาอะไหล่แล้วครับโดยคุณ : กานต์ [ 29 มี.ค. 2005 , 14:28:18 น.] |
ตอบ คนที่ 11
ของผม 406 ดี8 ใช้มาตอนนี้ก็ 120,000 กม.ก็ยังไม่มีปัญหาอะไร เท่าที่ดูก็เปลี่ยนมาจนจะครบแล้ว ตัวการที่เหลือก็น่าจะเป็นอ๊อคซิเจนเซนเซอร์ และ แผงลอยจุดระเบิดนี้แหละ ขอลองจากคันอื่นเอามาใส่ดูก่อน(ถ้าหาได้) น่าจะดีว่าเปลี่ยนทั้งหมดนะครับ เอาใจช่วย...โดยคุณ : wut - ![]() |
ตอบ คนที่ 12
พี่ DEN ครับ ISC ที่ว่าเนี่ยคือ Idle Step Motor ใช่หรือเปล่าครับ คือเท่าที่ดู Step Motor ของผมมันไม่มีส่วนที่เป็น Silicone ปิดไว้เลยอ่ะครับ จะมีที่ใกล้เคียงก็ตัวควบคุมสวิตช์ปีกผีเสื้ออ่ะครับ ถ้าไม่ใช่ตัว Step รบกวนด้วยครับว่ามันคือส่วนไหน อยากลองดูเหมือนกัน ขอบคุณครับพี่โดยคุณ : กานต์ [ 29 มี.ค. 2005 , 18:22:13 น.] |
ตอบ คนที่ 13
เ ท่าที่ทราบ 406 ไม่เหมือน Mi16 แต่จะเหมือน 405 SRI และเคยได้ยินคุณทอมแกะ stepper motor ออกมาตั้ง ไม่รู้ว่าตั้งได้หรือไม่ และตั้งเพื่ออะไร แต่ ของ 406 รอบเครื่องยนต์ถูกกำหนดโดย ECU ไม่สามารถปรับตั้งได้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้รอบต่ำหรือเดินไม่เรียบน่าจะมาจากสาเหตุอื่นครับโดยคุณ : วันชัย - ![]() |
ตอบ คนที่ 14
1. ยังไม่พบการตรวจสอบการทำงานของปั๊มเบนซินเลย ผมเคยพบที่เวบ Citroen ว่าเปลี่ยนปั๊มเบนซินแล้วอาการเบาดับหายเลยโดยคุณ : 405 i-95 [ 30 มี.ค. 2005 , 07:59:02 น.] |
ตอบ คนที่ 15
ด้วยความเคารพครับ....ในความคิดผมสำหรับเรื่อง ECU ที่ปรับรอบเดินเบาเอง ผมว่ามันทำได้ แต่แค่ในระดับหนึ่งตามที่ค่ามาตรฐานถูกเซตมาจากโรงงานเท่านั้น ค่าที่ว่ามาจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่ติดตั้งเข้าไปอย่าง Oxygen Sensor Temp Sensor Air Flow Meter เพื่อประมวลการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของ ECU และหากมี Load เพิ่มขึ้นให้เป็นภาระของเครื่องเช่น เปิดแอร์ ไดร์ชาร์ททำงาน ระบบจะถูกควบคุมด้วย ISC. เพื่อเพิ่มรอบเครื่องยนต์...ทีนี้ผมมาพบว่าการสั่งให้ ISC ทำงานของ ECU มีไม่พอครับ คือสั่งให้เปิดหรือปิดตามระยะหรือองศาที่ตั้งไว้ในโปรแกรมจริง แต่ไม่พอให้เครื่องยนต์ที่เป็นแมคคานิคทำงานได้ไม่สมบูรณ์....จึงลองปรับตั้งให้องศาเพิ่มขึ้นดูและก็ได้ผลตามที่โม้ให้ฟังนั่นแหละครับ....สำหรับ ISC. ตัวนี้เคยเห็นติดตั้งอยู่ใน PG. บางรุ่น...เครื่อง M10 ของ BMW เครื่องของ Hyundai scoop สรุปว่าจะใช้กับระบบของ Motronics นะครับ.....โดยคุณ : DEN [ 30 มี.ค. 2005 , 10:19:13 น.] |
ตอบ คนที่ 16
ขอเสริมอีกนิดโดยคุณ : 405 i-95 [ 30 มี.ค. 2005 , 13:53:19 น.] |
ตอบ คนที่ 17
ขอบคุณทุกๆ ความเห็นครับ เดี๋ยวขอเก็บตังค์ก่อนแล้วจะโยนหัวก้อยครับว่าจะเปลี่ยนอะไรก่อนดี ^-^ แล้วจะมาบอกผลครับโดยคุณ : กานต์ [ 31 มี.ค. 2005 , 09:42:20 น.] |
ตอบ คนที่ 18
รอฟังผลด้วยครับ ได้ยินเสียงใจมันเต้น ตุ๊บ..ตั๊บ..แพงไม๊...หนอ.โดยคุณ : d8มีนบุรี [ 31 มี.ค. 2005 , 15:47:43 น.] |
ตอบ คนที่ 19
เจ้า D8 ปี99 ของผมพึ่งไปทำมา แรกอาการเหมือนของเพื่อนๆ รอบเดินเบาถ้ามีโหลดอย่างตอนเลี้ยวช้าๆ เครื่องจะวูบดับบ้างไม่ดับบ้าง ไฟK ขึ้นบ่อยๆ บางครั้งรอบจะสวิงตอนเข้าเกียร์ N เลยเอาเข้าที่ NR เครื่อง Diag อ่านค่ามีปัญหาที่ สวิชปีกผีเสื้อ กับเซ็นเซอร์แรงดันท่อไอดี เลยต้องเปลี่ยน สวิชปีกผีเสื้อ6003.90 บาท เซ็นเซอร์อีก3181.50 บาท รวมชุดยางรองแท่นเครื่อง หมดไป 22899 อาการส่วนใหญ่หายไป วิ่งดีขึ้น แต่ได้ของแถมมาคืออาการเข้าเกียร์ถอยหลังจาก N ไป R ไม่ได้คือมันไม่จับต้องเข้าที่P ก่อนถึงจะถอยได้ ช่างบอกว่าสวิชเกียร์สกปรก ลองให้ล้างดูหายแต่วันรุ่งขึ้นก็เป็นอีกทุกวันนี้ยังไปเปลี่ยนเพราะได้ข่าวว่าแพงมาก ใครมีของมือสองสภาพดีๆแนะนำด้วยครับ ปัจจุบันไฟ K ไม่โชว์แล้ว แต่รอบเครื่องยังสวิงอยู่ โดยเฉพาะที่เกียร์ N หรือ P มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับโดยคุณ : Put [ 1 เม.ย. 2005 , 21:45:19 น.] |
ตอบ คนที่ 20
ขอบคุณครับคุณ Put ของผมก็เปลี่ยนมาแล้วเหมือนกันสองตัวนี้ แต่ของผมเปลี่ยนตอนอะไหล่ยังไม่ขึ้น (2 ปีที่แล้ว เจ้าของเก่าเปลี่ยน) + ส่วนสด เลยไม่แพงเท่าของคุณ Put ครับ (ประมาณ 4000, 2000)โดยคุณ : กานต์ [ 2 เม.ย. 2005 , 11:06:41 น.] |
ตอบ คนที่ 21
ของผม d8 ปี99 ไฟkขึ้น วิ่งวูบๆแต่ไม่ดับ ได้เปลี่ยนเซ็นเซอร์แรงดันไอดีที่ nr เหมือนคุณput วิ่งได้ซักพักก้อเป็นอีก กะลังรอเดาเปลี่ยนตัวอื่นดู ถ้าหายจะมารายงานนะคับโดยคุณ : โอม - ![]() |
ตอบ คนที่ 22
ถามหน่อยครับ ผมD8 เหมือนกัน .... เวลาเราเปลี่ยนอะไหล่ 2 ตัวนี้แล้ว อาการไม่ดีขึ้นเลยหรือครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไหล่ 2 ตัวนี้เสียจริงๆ นอกจากเชื่อเครื่องแจ้ง...แล้วกล่องสมองมันจะมีส่วนหรือไม่ครับ...โดยคุณ : hhh [ 2 เม.ย. 2005 , 20:23:44 น.] |
ตอบ คนที่ 23
ของผม D8 ประกอบนอก ก็เคยเป็นครับ เปลี่ยนเหมือนกับที่เจ้าของกระทู้เคยเปลี่ยนครับ รวมไปถึง oxigen sensor ครับ แต่ไม่หาย สุดท้ายไปจบที่พัดลมหน้าเครื่องครับ เพราะว่า รถเคยไปชนหมามา แล้วเปลี่ยนแค่พัดลมแอร์ แต่พัดลมหน้าเครื่องไม่ได้เปลี่ยน กว่าจะหาเจอหมดเงินกับ 0 ไปเยอะ เปลี่ยนไปหลายอย่าง ลองสังเกตดูว่าตอนที่ไฟ K ขึ้นเนี่ย อุณหภูมิประมาณเท่าไหร่ เพราะตอนที่ผมเป็นเข็มมันจะอยู่ตรงครึ่งหนึ่งพอดี ซึ่งถ้าตอนมันปกติเนี่ย ความร้อนมันจะต่ำกว่าครึ่งหนึ่งอยู่พอสมควร ถ้าเป็นอาการแบบที่ผมว่า น่าจะลองดูว่าพัดลมหมุนแล้วลมแรงดีหรือปล่าวนะครับ ผมคิดว่ารถมันจะตัดการทำงานเองเพราะอุณหภูมิสูงแล้วก่อนที่จะดับเครื่องเนี่ยจะเตือนเราโดยการโชว์ไฟ K ขึ้นมา (ตามความเข้าใจของผมเอง) เพราะเคยเอารถเข้าไปที่ศูนย์ใช้เครื่องจับดูก็หาไม่เจอว่าเป็นอะไร บอกได้แค่ว่าส่วนผสมบกพร่อง ช่างก็เลยลองเปลี่ยนหลายอย่างแต่ก็ไม่หาย ไม่รู้ว่าที่ผมเข้าใจนั้นถูกหรือปล่าวนะครับแต่หลังจากที่ผมเปลี่ยนพัดลมเครื่องไปแล้วเนี่ย ไม่เจอปัญหานี่อีกเลยครับโดยคุณ : Don - ![]() |
ตอบ คนที่ 24
ตอบคุณ hhh นะครับโดยคุณ : กานต์ [ 4 เม.ย. 2005 , 09:23:00 น.] |