406 D9_V2_Navy blue.
406 D9_V2_Navy blue.
ผมได้รับรถคันนี้มาอยู่ในความดูแลเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2554 เป็นรถ D9V2 จดทะเบียนเมื่อเดือน ม.ค.2004 ตอนรับรถมาเลขไมล์ที่ 118,586 กม. กับอายุรถ 7 ขวบเกือบ 1 เดือน ขอตั้งชื่อรถว่า Navy blue ครับ
พฤหัสบดี, 16 กุมภาพันธ์ 2012

วันที่ 15 กุมพาพันธ์ 2555 ที่ระยะ 133,996 กม.

วันนี้มีนัดกับช่างแว่นอีกครั้งจัดการเรื่อง

1.เปลี่ยนปั้มติ๊ก ของเดิมท่อไหลกลับ Leaked ให้ช่างแว่นเบิกของแท้มาให้ สนนราคา 10,300 บาท.

2.เปลี่ยนถังดักไอน้ำมัน ก็ให้ช่างแว่นเบิกของแท้มาให้ สนนราคา 1,839 บาท.

3.เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ Total longlife สนนราคาลิตรละ 700 บาทใช้ 4 ลิตร

4.ทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งแอร์ของเดิมคงสกปรกมีน้ำแอร์หยดลงพรมด้านคนนั่ง.

5.เชื่อมสายไฟ Air bag ฝั่งคนขับใหม่เนื่องจากไฟโชว์บ่อยๆๆ

6.ค่าแรง 800 บาท

รวมเป็นเงิน 16,323 บาทครับ.

ATP89. ha pasticciato qui alle 01:55 - ลิงค์ - แนะนำติชม
พฤหัสบดี, 09 กุมภาพันธ์ 2012
วันที่ 9 กุมพาพันธ์ 2555 ที่ระยะทาง 133,655 กม.

ให้ช่างแว่นจัดการเรื่อง
1.เปลี่ยนสายพานไทม์มิ่งทั้งชุด ของแท้เบิกห้าง
2.เปลี่ยนรกรองเบนซิน
3.เปลี่ยนยางหิ้วเครื่องตัวบน พึ่งเจอว่าขาดแล้ว ทั้งๆๆที่เปลี่ยนมาเมื่อ ปีที่แล้วเอง
เบ็ดเสร็จ 8,994 บาทรวมค่าแรงครับ.

ATP89. ha pasticciato qui alle 23:31 - ลิงค์ - แนะนำติชม
จันทร์, 06 กุมภาพันธ์ 2012

วันที่ 31 ม.ค. 2555 ที่ระยะ 132,550 กม.

ไปให้ช่างแว่นจัดการเรื่อง

1.เปลี่ยนซีลท้ายเครื่องที่หมดสภาพ.

2.เปลี่ยนน้ำยาหม้อน้ำ.

3.เปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมใส้กรอง

นี่คงเป็นการซ่อมบำรุงครั้งสุดท้ายเตรียมส่งรถให้เจ้าของคนใหม่ครับ.

หมดค่าใช้จ่ายไป 5,300 บาทถ้วน.

ATP89. ha pasticciato qui alle 03:55 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อังคาร, 22 พฤศจิกายน 2011

วันที่ 19 พ.ย. 2554 ที่ระยะ 129,550 กม.

วันนี้เจอปัญหาเสียงเครื่องดังผิดปกติในเวลาติดเครื่องยามเช้า บริการโดย ช่างแว่น... 

1.ถอดโช้คหน้ามาตรวจสภาพ+ทำความสะอาดและหล่อลื่นลูกปืนเบ้าโช้ค+เปลี่ยนยางกันกระแทก 1 คู่ 1,200 บาท. 

2.นำท่อรวมไอเสียไปเชื่อมภายในด้วยลวดเชื่อมเหล็กหล่อ เนื่องจากมีเสียงผิดปกติคล้ายท่อไอเสียแตกในตอนเช้าเครื่องเย็นเท่านั้นเวลาอื่นไม่ดัง  .

3.เปลี่ยนยางหุ้มเพลาขับนอกซ้ายเจอว่าเริ่มขาดพอดี.

 

ค่าใช้จ่าย 3,900 บาท

 

ATP89. ha pasticciato qui alle 01:21 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อังคาร, 20 กันยายน¹ 2011

วันที่ 16 ก.ย. 2554 ที่ระยะ 127,431 กม.

วันนี้เป็นวันสบายๆๆในการบำรุงรักษาเจ้า D9.เพราะปัญหาต่างๆแก้ไปหมดแล้ว บริการโดย ช่างแว่น... 

1.ถ่ายน้ำมันเครื่อง จากที่ใช้ Fully Syntatic มาตั้งแต่เดือน มี.ค. คราวนี้ใช้น้ำมันเกรดธรรมดา 20W-50

2.เปลี่ยนกรองเครื่อง.

3.เปลี่ยนน้ำมันเบรคทั้งระบบใช้ของ Peugeot แท้ๆๆ ของเดิมดำ+สกปรกมาก หมดไป 2 ขวดพอดี

ค่าใช้จ่าย 3000 บาท

กลับบ้านสบายใจครับ...

ATP89. ha pasticciato qui alle 03:06 - ลิงค์ - แนะนำติชม
จันทร์, 05 กันยายน¹ 2011

วันที่ 26 ส.ค. 2554 ที่ระยะ 127,487 กม.

วันนี้เป็นอีกวันที่ปัญหาเก่าที่แก้ไม่ตกได้รับการปิดคดี

เรื่องมีอยู่ว่ารถผมมีเสียงดังก้อกๆๆแถวๆๆสายพานหน้าเครื่อง โดยเฉพาะเวลาเครื่องร้อนๆ ยิ่งเวลากดคันเร่งเครื่องมีภาระหนักๆๆ เช่นขึ้นเนิน หรือ ช่วงเร่งความเร็ว ที่ประมาณ 2000 รอบจะดังชัดมาก ทั้งๆๆที่ชุดลูกรอกสายพานหน้าเครื่องก็ได้เปลี่ยนไปแล้วไม่นานนี่เอง กลับไปแก้ไข ก็ยังไม่หาย ช่างยังเกาไม่ถูกที่คัน.

เลยลองให้ช่างแว่นดูอาการ ช่างแว่นตรวจและทดสอบอยู่พักได้ความว่า ลูกรอกที่ดันสายพานนั่นหล่ะคือต้นตอของเสียง ผมก็เลยวัดดวงกันอีกครั้ง เปลี่ยนก็เปลี่ยน จัดไป 1 ชุด ลูกรอกดัน+ลูกรอกตาม+สายพาน ขนาด 1725 หนึ่งเส้น ผลปรากฏเสียงที่ทนรำคาญมาหลายเดือนหาย้ป็นปลิดทิ้ง Laughing เสียงเครื่องกลับมานิ่มเงียบไม่มีอะไรรบกวนหู แต่....มีเสียงเปรี้ย ๆๆ แถวๆๆ คอยส์ งานเข้าคอยส์ตัวเดิมที่ติดรถมา 7 ปีกำลังลาโลก สุดท้ายก็ได้เปลี่ยน คอยส์ใหม่ไปอีกหนึ่งตัว แต่ช่างแว่นมีให้เลือก 3 ทางเลือก.

1.คอยส์ใหม่เบิกห้าง สนนราคาประมาณ 6,000 บาท +/-

2.คอยส์ใหม่อะไหล่เอกชัย สนนราคา 4,000 ปลายๆๆ +/-

3.คอยส์ตรงรุ่นสภาพงามๆๆมือสอง สนนราคา 3,000 พร้อมรับประกันให้ 6 เดือน

ใจผมอยากได้ข้อแรก แต่ด้วยงบประมาณจำกัดCry เลยขอจบที่ข้อ 3 พร้อมประกันผลงาน 6 เดือน

สรุปจบงานปัญหาจบ ด้วยงบ 6,500 บาท กลับบ้านครับ.....

ATP89. ha pasticciato qui alle 06:22 - ลิงค์ - แนะนำติชม
อังคาร, 31 พฤษภาคม 2011

วันที่ 30 พ.ค. 2554 ที่ระยะ 123,600 กม.

หลังจากได้แก้ไขซีลปั้มติ๊กถังน้ำมันไปเรียบร้อยเมื่อกลางเดือนก็คิดว่าปัญหาเรื่องน้ำมันเบนซินซึมที่หัวปั้มติ๊กจบ พอดีได้รับเจ้านายนั่งรถไปธุระกัน แกก็ทักว่าได้กลิ่นน้ำมัน จึงสงสัย กลับบ้านเปิดเบาะดูเองจึงพบว่าปัญหาน้ำมันซึมบนฝาปั้มติ๊กยังอยู่ เอทั้งๆๆที่ถอดยกถังน้ำมันลงแล้วปั้มติ๊กมาอัด pressure กับช่างแว่นเมื่อสองอาทิตย์ก่อนมันไม่รั่วนี่นา จึงปรึกษากับหลายๆๆท่าน เลยขอลองมาตรการจากเบาไปหาหนัก เบาก็คือถ้าคอปั้มมันร้าวจริงพี่สมบรูณ์บอกว่าสามารถเปลี่ยนแต่เสื้อปั้มได้ผมก็เบาใจกะว่าจะต้องโดนเปลี่ยนปั้มแน่ๆๆCry เลยรีบเอารถไปให้พี่สมบรูณ์ตรวจสอบ หลังตรวจสอบพบว่าปั้มปกติไม่มีแตกร้าว แต่ทำไมท่อไหลกลับจึงมีไอน้ำมันพ่นออกตรงข้อต่อระหว่างท่อกับหัวข้อต่อของปั้มตลอดเวลาที่ปั้มทำงาน แกจึงตรวจไล่ระบบน้ำมัน+เปลี่ยนใส้กรองดักไอน้ำมันที่อยู่ในบังโคลนข้างขวาให้ด้วยเปลี่ยนฉะเพราะใส้ในนะครับ จากนั้นวิเคราะห์กันว่าปัญหาน่าจะมาจาก O-RING ของหัวข้อต่อท่อไหลกลับน่าจะมีปัญหาจึงทำการแก้ไข แถมพอกคอปั้มด้วยกาวพิเศษกันปัญหาคอปั้มร้าวที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตให้ด้วย แล้วก็ต่อท่อกลับทดลองติดเครื่อง พบว่ามันไม่รั่วแล้ว ที่แท้ปัญหามาจาก O-RING นั่นเองCool

จากนั้นแกก็แก้ไขเรื่องก้านไฟเลี้ยวชอบดีดเลยเวลาคืนพวงมาลัย จบไม่ดีดเลยแล้ว แต่ก้านจะแข็งขึ้นเล็กน้อย แกแก้ให้ด้วยการเปลี่ยนสปริงด้านในให้ใหม่ ดูเวลาแกลื้อออกมาแล้วน่าเวียนหัว อุปกรณ์เล็กๆๆน้อยๆๆ หลายชิ้นเพียบน่างงมาก จบลงด้วยดี ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 700 บาทLaughing กลับบ้านสบายใจน้ำมันไม่รั่วแล้ว+ก้านไฟเลี้ยวก็ไม่ดีดเลยอีกแล้วด้วย....... 

ATP89. ha pasticciato qui alle 01:23 - ลิงค์ - แนะนำติชม
จันทร์, 23 พฤษภาคม 2011

วันที่ 16 พ.ค. 2554 ที่ระยะ 123,487 กม.

    เนื่องด้วยได้นัดเจอน้อง Sun แกเลยตรวจสภาพรถให้ ด้วยความชำนาญ Sun ทั้งมุดทั้งยกเบาะหลังออกจึงพบว่าปั้มติ๊กรั่ว!!!Cry งานเข้าครับท่าน ที่แรกก็งงๆ เจ้าของเก่าเขาพึ่งเปลี่ยนจาก 0 รองเมืองเมื่อตอนเช็ค 80,000 นี่นา แต่เมื่อมันรั่วก็คือรั่ว เลยไปพบช่างแว่น ช่างแว่นก็ทำการตรวจสอบพบว่ามันรั่วจริง ผมเลยตัดสินใจถ้ามันรั่ว ช่างแว่นมีปั้มติ๊กของรุ่น L5 มือสองพร้อมถัง ผมก็กะจัดหนัก แต่พอยกถังน้ำมันเดิมลงมาแล้วทดสอบเรื่องรั่วอย่างละเอียดพบว่าปั้มยังดีแต่มันรั่วที่ซีลฝาปิด งานนี้เลยรอดดดดดดด เสียแค่ ค่าซีล+ค่าแรง ค่อยโล่งอก....Foot in mouth แต่ที่น่าช้ำใจคือ แผ่นเหล็กตัวถังรอบๆฝาปิดปั้มติ๊กรถผมมีรอยสีถลอก+ช้ำจากการโดนงัด คาดคะเนได้ว่าเมื่อคราวเปลี่ยนปั้มติ๊กคราวที่แล้วช่างคงขี้เกียจยกถังน้ำมันลงเลยใช้วิธีบานรูตัวถังเพื่อเอาปั้มเดิมออก พอใส่ปั้มใหม่เสร็จก็ทุบกลับที่เดิมCry น่าเศร้าใจจริงๆๆ รถช้ำหมดเลย แล้วมันอยู่ใต้เบาะหลังเจ้าของที่ไหนจะเห็นผลงานยอดชุ่ยครั้งนี้!!!!

     ต่อมาไปอู่พี่สมบรูณ์ ไปเปลี่ยนโช๊คหลัง SACHS SUPER TOURING ราคา 5,200 บาท โดยคราวที่แล้วที่โช๊คหลังขวารั่วพี่เบสได้ให้โช๊ค D8 มาทดลองใช้ ในช่วงที่ผมยังหาโช๊คไม่ได้ ถ้าดีผมก็ว่าจะซื้อต่อแกเลย แต่มันดันแข็งไป ใส่แล้วไม่นุ่มเหมือนที่คิด ส่วนโช๊ค D9 มือสองก็หาไม่ได้ มือหนึ่งกเบิกห้างก็คู่ละ 15000 !!! ไม่ไหว เลยไปจบที่ SACHS หลังจากใส่แล้วทดลองใช้งาน ภาพรวมพอใจครับ นุ่มหนึบใกล้ของเดิมๆๆมาก สรุปว่าชอบครับ ส่วนจะทนหรือไม่ก็ว่ากันอีกที.....

     และมีเรื่องแก้งานคราวที่แล้วที่เปลี่ยนสายพานหน้าเครื่อง+ชุดลูกรอก ไปแล้วมีเสียงดัง+ลูกรอกก็ดิ้นแรง

      สรุปผลมาจากสายพานเส้นใหม่ที่ได้มามันสั้นไปนิด เป็นผลให้ลูกรอกยืดตัวเกือบสุด เลยดิ้นแรง+มีเสียง แก้ไขโดยใส่สายพานอันเดิมที่ถอดออกมา ซึ่งยังพอใช้ได้ ใช้ไปก่อน หลังใส่เสร็จทดลองเสียงเงียบลงไป+ลูกรอกก็ไม่ดิ้นแล้ว แล้วพี่สมบรูณ์จะเบิกสายพานจาก 0 มาใส่ให้อีกที เพราะมันสั่งของไม่ทัน......

กลับบ้านสบายใจไม่โดนเรื่องปั้มติ๊กพัง + รถก็ไม่มีเสียง จิ๊กๆๆ แถวสายพาน + นุ่มสบายด้วยโช๊ค Sachs.....

ATP89. ha pasticciato qui alle 07:04 - ลิงค์ - แนะนำติชม
จันทร์, 09 พฤษภาคม 2011

วันที่ 6 พ.ค. 2554 ที่ระยะ 123,487 กม.

ไปอู่พี่สมบรูณ์อีกครั้งมีเรื่องที่จะต้องซ่อมเพราะมีเสียงหอนที่เครื่องยิ่งเร่งยิ่งดังมีรายการดังนี้.

1.เปลี่ยนลูกรอกตาม(ตัวเล็ก) 850 บาท.

2.เปลี่ยนลูกรอกตัวดันสายพาน(ตัวใหญ่) 1950 บาท.

3.สายพานหน้าเครื่อง 900 บาทเนื่องจากลูกรอกที่เสียกินสายพานจะเป็นลูกคลื่นเลยเปลี่ยนดีกว่าเพื่อความชัว.

4.ค่าแรง 500 บาท

เสร็จงานรถเงียบเป็นปรกติขับกลับบ้านสบายใจLaughing

ยังเหลือเรื่องกระจกพับไฟฟ้าที่มันไม่ยอมพับ หลังตรวจสอบพบว่า Switch ความคุมเสีย ต้องรอ Switch ใหม่ ส่วนเรื่องโช๊คหลังมือสอง คาดหมายว่าจะได้มาในอาทิตย์นี้ คาดหมายว่าเสร็จสองงานนี้รถคง Perfect ใช้สบายใจครับ.

 

ATP89. ha pasticciato qui alle 03:46 - ลิงค์ - แนะนำติชม
พุธ, 04 พฤษภาคม 2011

วันที่ 30 เม.ย. 2554 ที่ระยะ 123,000 กม.

ไปอู่พี่สมบรูณ์อีกครั้งจะไปแก้ไขงานเก่าที่ยังมีปัญหาเรื่องกระจกพับไฟฟ้าพอดีพี่สมบรูณ์ติดงานด่วนเลยชวดไป และ กะจะไปเปลี่ยนโช๊คหลังซึ่งหลังขวามันรั่วแล้วแต่ยังไม่มากแค่ซึมๆตรงแกนโช๊ค มีรถ D9 คันหนึ่งมาถอดเอาไว้ที่อู่ และเอาโช๊ค D8 ใส่ไปแทน แกบอกว่ามันแข็งรถแกพึ่งซื้อต่อเขามา ทีแรกผมก็แปลกใจ ผมว่า D9 มันนุ่มดีออกLaughing พอไปถึงอู่ ถึงบางอ้อที่ว่ามันแข็งเพราะโช๊คแกโดนซ่อมมาแล้วนั่นเอง ผมเลยชวดไปที่แรก กะ จะได้มาใช้งานแล้วเชียว เลยไปได้โช๊ค D8 จากพี่ธวัชที่แกเก็บไว้เป็นอะใหล่รถของแก เท่าที่ลองขับดู ความรู้สึกผมว่ามันไม่นุ่มเหมือนโช๊คตัวเดิม ของเดิมมันนุ่มหนึบ ยกตัวอย่างเวลาขึ้นลูกระนาดในหมู่บ้านของเดิมจะซับแรงกระแทกได้ดีมากทั้งขึ้นและลง ส่วนของ D8 ที่ใส่มาดูมันแข็งกว่าเดิมการซับแรงออกแนวกระด้างนิดๆๆ แม่บ้านซึ่งหนังหลังกับลูกยังบอกรถไม่นุ่มเหมือนเก่าCry ไม่เป็นไรใช้ไปก่อนแล้วจะหาโชค D9 มือสองมาใส่ให้ได้ ถ้าหาไม่ได้คงต้องกัดฟันจัดหนักมือหนึ่งมาเลย แล้วใช้ยาวLaughing

ATP89. ha pasticciato qui alle 01:15 - ลิงค์ - แนะนำติชม
006821 amichetti mi hanno visitato