สร้าง Blog ซ่อมบำรุง ของคุณโดย ชมรมคนรักเปอโยต์ (เปอร์โยต์) ประเทศไทย Vlovepeugeot | HOME
|
วันที่ 15 กุมพาพันธ์ 2555 ที่ระยะ 133,996 กม.
วันนี้มีนัดกับช่างแว่นอีกครั้งจัดการเรื่อง
1.เปลี่ยนปั้มติ๊ก ของเดิมท่อไหลกลับ Leaked ให้ช่างแว่นเบิกของแท้มาให้ สนนราคา 10,300 บาท.
2.เปลี่ยนถังดักไอน้ำมัน ก็ให้ช่างแว่นเบิกของแท้มาให้ สนนราคา 1,839 บาท.
3.เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ Total longlife สนนราคาลิตรละ 700 บาทใช้ 4 ลิตร
4.ทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งแอร์ของเดิมคงสกปรกมีน้ำแอร์หยดลงพรมด้านคนนั่ง.
5.เชื่อมสายไฟ Air bag ฝั่งคนขับใหม่เนื่องจากไฟโชว์บ่อยๆๆ
6.ค่าแรง 800 บาท
รวมเป็นเงิน 16,323 บาทครับ.
วันที่ 31 ม.ค. 2555 ที่ระยะ 132,550 กม.
ไปให้ช่างแว่นจัดการเรื่อง
1.เปลี่ยนซีลท้ายเครื่องที่หมดสภาพ.
2.เปลี่ยนน้ำยาหม้อน้ำ.
3.เปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมใส้กรอง
นี่คงเป็นการซ่อมบำรุงครั้งสุดท้ายเตรียมส่งรถให้เจ้าของคนใหม่ครับ.
หมดค่าใช้จ่ายไป 5,300 บาทถ้วน.
วันที่ 19 พ.ย. 2554 ที่ระยะ 129,550 กม.
วันนี้เจอปัญหาเสียงเครื่องดังผิดปกติในเวลาติดเครื่องยามเช้า บริการโดย ช่างแว่น...
1.ถอดโช้คหน้ามาตรวจสภาพ+ทำความสะอาดและหล่อลื่นลูกปืนเบ้าโช้ค+เปลี่ยนยางกันกระแทก 1 คู่ 1,200 บาท.
2.นำท่อรวมไอเสียไปเชื่อมภายในด้วยลวดเชื่อมเหล็กหล่อ เนื่องจากมีเสียงผิดปกติคล้ายท่อไอเสียแตกในตอนเช้าเครื่องเย็นเท่านั้นเวลาอื่นไม่ดัง .
3.เปลี่ยนยางหุ้มเพลาขับนอกซ้ายเจอว่าเริ่มขาดพอดี.
ค่าใช้จ่าย 3,900 บาท
วันที่ 16 ก.ย. 2554 ที่ระยะ 127,431 กม.
วันนี้เป็นวันสบายๆๆในการบำรุงรักษาเจ้า D9.เพราะปัญหาต่างๆแก้ไปหมดแล้ว บริการโดย ช่างแว่น...
1.ถ่ายน้ำมันเครื่อง จากที่ใช้ Fully Syntatic มาตั้งแต่เดือน มี.ค. คราวนี้ใช้น้ำมันเกรดธรรมดา 20W-50
2.เปลี่ยนกรองเครื่อง.
3.เปลี่ยนน้ำมันเบรคทั้งระบบใช้ของ Peugeot แท้ๆๆ ของเดิมดำ+สกปรกมาก หมดไป 2 ขวดพอดี
ค่าใช้จ่าย 3000 บาท
กลับบ้านสบายใจครับ...
วันที่ 26 ส.ค. 2554 ที่ระยะ 127,487 กม.
วันนี้เป็นอีกวันที่ปัญหาเก่าที่แก้ไม่ตกได้รับการปิดคดี
เรื่องมีอยู่ว่ารถผมมีเสียงดังก้อกๆๆแถวๆๆสายพานหน้าเครื่อง โดยเฉพาะเวลาเครื่องร้อนๆ ยิ่งเวลากดคันเร่งเครื่องมีภาระหนักๆๆ เช่นขึ้นเนิน หรือ ช่วงเร่งความเร็ว ที่ประมาณ 2000 รอบจะดังชัดมาก ทั้งๆๆที่ชุดลูกรอกสายพานหน้าเครื่องก็ได้เปลี่ยนไปแล้วไม่นานนี่เอง กลับไปแก้ไข ก็ยังไม่หาย ช่างยังเกาไม่ถูกที่คัน.
เลยลองให้ช่างแว่นดูอาการ ช่างแว่นตรวจและทดสอบอยู่พักได้ความว่า ลูกรอกที่ดันสายพานนั่นหล่ะคือต้นตอของเสียง ผมก็เลยวัดดวงกันอีกครั้ง เปลี่ยนก็เปลี่ยน จัดไป 1 ชุด ลูกรอกดัน+ลูกรอกตาม+สายพาน ขนาด 1725 หนึ่งเส้น ผลปรากฏเสียงที่ทนรำคาญมาหลายเดือนหาย้ป็นปลิดทิ้ง เสียงเครื่องกลับมานิ่มเงียบไม่มีอะไรรบกวนหู แต่....มีเสียงเปรี้ย ๆๆ แถวๆๆ คอยส์ งานเข้าคอยส์ตัวเดิมที่ติดรถมา 7 ปีกำลังลาโลก สุดท้ายก็ได้เปลี่ยน คอยส์ใหม่ไปอีกหนึ่งตัว แต่ช่างแว่นมีให้เลือก 3 ทางเลือก.
1.คอยส์ใหม่เบิกห้าง สนนราคาประมาณ 6,000 บาท +/-
2.คอยส์ใหม่อะไหล่เอกชัย สนนราคา 4,000 ปลายๆๆ +/-
3.คอยส์ตรงรุ่นสภาพงามๆๆมือสอง สนนราคา 3,000 พร้อมรับประกันให้ 6 เดือน
ใจผมอยากได้ข้อแรก แต่ด้วยงบประมาณจำกัด เลยขอจบที่ข้อ 3 พร้อมประกันผลงาน 6 เดือน
สรุปจบงานปัญหาจบ ด้วยงบ 6,500 บาท กลับบ้านครับ.....
วันที่ 30 พ.ค. 2554 ที่ระยะ 123,600 กม.
หลังจากได้แก้ไขซีลปั้มติ๊กถังน้ำมันไปเรียบร้อยเมื่อกลางเดือนก็คิดว่าปัญหาเรื่องน้ำมันเบนซินซึมที่หัวปั้มติ๊กจบ พอดีได้รับเจ้านายนั่งรถไปธุระกัน แกก็ทักว่าได้กลิ่นน้ำมัน จึงสงสัย กลับบ้านเปิดเบาะดูเองจึงพบว่าปัญหาน้ำมันซึมบนฝาปั้มติ๊กยังอยู่ เอทั้งๆๆที่ถอดยกถังน้ำมันลงแล้วปั้มติ๊กมาอัด pressure กับช่างแว่นเมื่อสองอาทิตย์ก่อนมันไม่รั่วนี่นา จึงปรึกษากับหลายๆๆท่าน เลยขอลองมาตรการจากเบาไปหาหนัก เบาก็คือถ้าคอปั้มมันร้าวจริงพี่สมบรูณ์บอกว่าสามารถเปลี่ยนแต่เสื้อปั้มได้ผมก็เบาใจกะว่าจะต้องโดนเปลี่ยนปั้มแน่ๆๆ เลยรีบเอารถไปให้พี่สมบรูณ์ตรวจสอบ หลังตรวจสอบพบว่าปั้มปกติไม่มีแตกร้าว แต่ทำไมท่อไหลกลับจึงมีไอน้ำมันพ่นออกตรงข้อต่อระหว่างท่อกับหัวข้อต่อของปั้มตลอดเวลาที่ปั้มทำงาน แกจึงตรวจไล่ระบบน้ำมัน+เปลี่ยนใส้กรองดักไอน้ำมันที่อยู่ในบังโคลนข้างขวาให้ด้วยเปลี่ยนฉะเพราะใส้ในนะครับ จากนั้นวิเคราะห์กันว่าปัญหาน่าจะมาจาก O-RING ของหัวข้อต่อท่อไหลกลับน่าจะมีปัญหาจึงทำการแก้ไข แถมพอกคอปั้มด้วยกาวพิเศษกันปัญหาคอปั้มร้าวที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคตให้ด้วย แล้วก็ต่อท่อกลับทดลองติดเครื่อง พบว่ามันไม่รั่วแล้ว ที่แท้ปัญหามาจาก O-RING นั่นเอง
จากนั้นแกก็แก้ไขเรื่องก้านไฟเลี้ยวชอบดีดเลยเวลาคืนพวงมาลัย จบไม่ดีดเลยแล้ว แต่ก้านจะแข็งขึ้นเล็กน้อย แกแก้ให้ด้วยการเปลี่ยนสปริงด้านในให้ใหม่ ดูเวลาแกลื้อออกมาแล้วน่าเวียนหัว อุปกรณ์เล็กๆๆน้อยๆๆ หลายชิ้นเพียบน่างงมาก จบลงด้วยดี ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 700 บาท กลับบ้านสบายใจน้ำมันไม่รั่วแล้ว+ก้านไฟเลี้ยวก็ไม่ดีดเลยอีกแล้วด้วย.......
วันที่ 16 พ.ค. 2554 ที่ระยะ 123,487 กม.
เนื่องด้วยได้นัดเจอน้อง Sun แกเลยตรวจสภาพรถให้ ด้วยความชำนาญ Sun ทั้งมุดทั้งยกเบาะหลังออกจึงพบว่าปั้มติ๊กรั่ว!!! งานเข้าครับท่าน ที่แรกก็งงๆ เจ้าของเก่าเขาพึ่งเปลี่ยนจาก 0 รองเมืองเมื่อตอนเช็ค 80,000 นี่นา แต่เมื่อมันรั่วก็คือรั่ว เลยไปพบช่างแว่น ช่างแว่นก็ทำการตรวจสอบพบว่ามันรั่วจริง ผมเลยตัดสินใจถ้ามันรั่ว ช่างแว่นมีปั้มติ๊กของรุ่น L5 มือสองพร้อมถัง ผมก็กะจัดหนัก แต่พอยกถังน้ำมันเดิมลงมาแล้วทดสอบเรื่องรั่วอย่างละเอียดพบว่าปั้มยังดีแต่มันรั่วที่ซีลฝาปิด งานนี้เลยรอดดดดดดด เสียแค่ ค่าซีล+ค่าแรง ค่อยโล่งอก....
แต่ที่น่าช้ำใจคือ แผ่นเหล็กตัวถังรอบๆฝาปิดปั้มติ๊กรถผมมีรอยสีถลอก+ช้ำจากการโดนงัด คาดคะเนได้ว่าเมื่อคราวเปลี่ยนปั้มติ๊กคราวที่แล้วช่างคงขี้เกียจยกถังน้ำมันลงเลยใช้วิธีบานรูตัวถังเพื่อเอาปั้มเดิมออก พอใส่ปั้มใหม่เสร็จก็ทุบกลับที่เดิม
น่าเศร้าใจจริงๆๆ รถช้ำหมดเลย แล้วมันอยู่ใต้เบาะหลังเจ้าของที่ไหนจะเห็นผลงานยอดชุ่ยครั้งนี้!!!!
ต่อมาไปอู่พี่สมบรูณ์ ไปเปลี่ยนโช๊คหลัง SACHS SUPER TOURING ราคา 5,200 บาท โดยคราวที่แล้วที่โช๊คหลังขวารั่วพี่เบสได้ให้โช๊ค D8 มาทดลองใช้ ในช่วงที่ผมยังหาโช๊คไม่ได้ ถ้าดีผมก็ว่าจะซื้อต่อแกเลย แต่มันดันแข็งไป ใส่แล้วไม่นุ่มเหมือนที่คิด ส่วนโช๊ค D9 มือสองก็หาไม่ได้ มือหนึ่งกเบิกห้างก็คู่ละ 15000 !!! ไม่ไหว เลยไปจบที่ SACHS หลังจากใส่แล้วทดลองใช้งาน ภาพรวมพอใจครับ นุ่มหนึบใกล้ของเดิมๆๆมาก สรุปว่าชอบครับ ส่วนจะทนหรือไม่ก็ว่ากันอีกที.....
และมีเรื่องแก้งานคราวที่แล้วที่เปลี่ยนสายพานหน้าเครื่อง+ชุดลูกรอก ไปแล้วมีเสียงดัง+ลูกรอกก็ดิ้นแรง
สรุปผลมาจากสายพานเส้นใหม่ที่ได้มามันสั้นไปนิด เป็นผลให้ลูกรอกยืดตัวเกือบสุด เลยดิ้นแรง+มีเสียง แก้ไขโดยใส่สายพานอันเดิมที่ถอดออกมา ซึ่งยังพอใช้ได้ ใช้ไปก่อน หลังใส่เสร็จทดลองเสียงเงียบลงไป+ลูกรอกก็ไม่ดิ้นแล้ว แล้วพี่สมบรูณ์จะเบิกสายพานจาก 0 มาใส่ให้อีกที เพราะมันสั่งของไม่ทัน......
กลับบ้านสบายใจไม่โดนเรื่องปั้มติ๊กพัง + รถก็ไม่มีเสียง จิ๊กๆๆ แถวสายพาน + นุ่มสบายด้วยโช๊ค Sachs.....
วันที่ 6 พ.ค. 2554 ที่ระยะ 123,487 กม.
ไปอู่พี่สมบรูณ์อีกครั้งมีเรื่องที่จะต้องซ่อมเพราะมีเสียงหอนที่เครื่องยิ่งเร่งยิ่งดังมีรายการดังนี้.
1.เปลี่ยนลูกรอกตาม(ตัวเล็ก) 850 บาท.
2.เปลี่ยนลูกรอกตัวดันสายพาน(ตัวใหญ่) 1950 บาท.
3.สายพานหน้าเครื่อง 900 บาทเนื่องจากลูกรอกที่เสียกินสายพานจะเป็นลูกคลื่นเลยเปลี่ยนดีกว่าเพื่อความชัว.
4.ค่าแรง 500 บาท
เสร็จงานรถเงียบเป็นปรกติขับกลับบ้านสบายใจ
ยังเหลือเรื่องกระจกพับไฟฟ้าที่มันไม่ยอมพับ หลังตรวจสอบพบว่า Switch ความคุมเสีย ต้องรอ Switch ใหม่ ส่วนเรื่องโช๊คหลังมือสอง คาดหมายว่าจะได้มาในอาทิตย์นี้ คาดหมายว่าเสร็จสองงานนี้รถคง Perfect ใช้สบายใจครับ.
วันที่ 30 เม.ย. 2554 ที่ระยะ 123,000 กม.
ไปอู่พี่สมบรูณ์อีกครั้งจะไปแก้ไขงานเก่าที่ยังมีปัญหาเรื่องกระจกพับไฟฟ้าพอดีพี่สมบรูณ์ติดงานด่วนเลยชวดไป และ กะจะไปเปลี่ยนโช๊คหลังซึ่งหลังขวามันรั่วแล้วแต่ยังไม่มากแค่ซึมๆตรงแกนโช๊ค มีรถ D9 คันหนึ่งมาถอดเอาไว้ที่อู่ และเอาโช๊ค D8 ใส่ไปแทน แกบอกว่ามันแข็งรถแกพึ่งซื้อต่อเขามา ทีแรกผมก็แปลกใจ ผมว่า D9 มันนุ่มดีออก พอไปถึงอู่ ถึงบางอ้อที่ว่ามันแข็งเพราะโช๊คแกโดนซ่อมมาแล้วนั่นเอง ผมเลยชวดไปที่แรก กะ จะได้มาใช้งานแล้วเชียว เลยไปได้โช๊ค D8 จากพี่ธวัชที่แกเก็บไว้เป็นอะใหล่รถของแก เท่าที่ลองขับดู ความรู้สึกผมว่ามันไม่นุ่มเหมือนโช๊คตัวเดิม ของเดิมมันนุ่มหนึบ ยกตัวอย่างเวลาขึ้นลูกระนาดในหมู่บ้านของเดิมจะซับแรงกระแทกได้ดีมากทั้งขึ้นและลง ส่วนของ D8 ที่ใส่มาดูมันแข็งกว่าเดิมการซับแรงออกแนวกระด้างนิดๆๆ แม่บ้านซึ่งหนังหลังกับลูกยังบอกรถไม่นุ่มเหมือนเก่า
ไม่เป็นไรใช้ไปก่อนแล้วจะหาโชค D9 มือสองมาใส่ให้ได้ ถ้าหาไม่ได้คงต้องกัดฟันจัดหนักมือหนึ่งมาเลย แล้วใช้ยาว