งานเข้าหรือครับ
นักกฎหมายช่วยตีความหน่อย
"ห้ามมิให้ผู้ใดเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้และใช้รถนั้น เว้นแต่เจ้าของรถนำรถไปให้นายทะเบียนตรวจสภาพก่อน"
ข้อความนี้ มันคลุมไปถึงไหน แค่ตามรายละเอียดในเล่มทะเบียน หรือทุกชิ้นต้องเหมือนเดิมจากโรงงาน ถ้าอย่างหลังก็ทำใจเหอะ จับคันไหนก็โดน

ตามอารมณ์ของผู้จับหล่ะ
ยกเว้นรถที่เพิ่งวิ่งออกมาจากโรงงานประกอบ

มาตรา 12 รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากปรากฏในภายหลังว่ารถนั้นมีส่วนควบหรือเครื่องอุปกรณ์
สำหรับรถไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือเพิ่มสิ่งใดสิ่งหนึ่งเข้าไปซึ่งอาจก่อให้เกิด อันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่น ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถนั้นจนกว่าจะจัดให้มีครบถ้วนถูกต้องหรือ เอาออกแล้ว
ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าเจ้าของรถไม่อาจจัดให้มีครบถ้วนถูกต้องหรือเอาออกได้ ให้ นายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถนั้น
เจ้าของรถมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีได้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบคำสั่งของ นายทะเบียน
คำวินิจฉัยของอธิบดีให้เป็นที่สุด
มาตรา 13 รถใดที่จดทะเบียนแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีของรถให้ผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแต่วันเปลี่ยนแปลง
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด
มาตรา 14 รถใดที่จดทะเบียนแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ ให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้และใช้รถนั้น เว้นแต่เจ้าของรถนำรถไปให้นายทะเบียน ตรวจสภาพก่อน
:เครียดดูดบุหรี่:ดูเฉพาะ ม.14 อย่างเดียวไม่ได้ต้องดู ม.12 ประกอบด้วย เราจะเห็นว่าเจตนารมณ์ของกฏหมายก็เพื่อห้ามการดัดแปลงสภาพที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น เช่นรถกระบะขนหมู ขนวัว มีการดัดแปลงติดตั้งโครงเหล็กที่กระบะ ถ้าติดตั้งไม่ดีก็อาจเกิดอันตรายได้ กฏหมายจึงบังครับให้มีการแจ้งจดทะเบียน ทีนี้ถ้าเป็นการดัดแปลงเพื่อความสวยงาม เช่นไส่แมกสีประหลาดๆโตๆ ยางแก้มเตี้ย ตราบใดที่มันยังไม่ขัดกับ ม.12 ก็ไม่ผิดครับ ส่วนไฟหน้ารถกระบะยกสูงถึงแม้ว่ามันจะมาจากโรงงาน แต่ผมว่ามันสร้างความเดือดร้อนรำคาญมากขอบอก
ปัญหามันอยู่ที่คนใช้กฏหมายบ้านเรามันไม่ใช้หลักนิติธรรม เอาแต่ตีความตามตัวอักษรมากกว่าดูเจตนาของกฏหมาย มันเลยเป็นช่องทางหาเงินของคนที่ใช้กฏหมาย

